Web Site Means Business

เมื่อวานผมได้มีโอกาสไปเดินห้างเซ็นทรัลบางนา (แม้จะไม่ใกล้บ้านก็ตาม) มันเป็นห้างที่เริ่มเก่า และเริ่มมีการบูรณะใหม่ ก็ได้เห็นร้านมากมายปิดตัว และกำลังจะเปิดใหม่ก็มีอีกมาก อีกชั้นก็มีการวางแผนที่จะเอาธนาคารมารวมกันไว้กระจุกเดียวให้สะดวกต่อลูกค้าที่เข้ามาในห้าง (เปรียบได้กับ Web Traffic) ให้สามารถค้นหาเจอสิ่งที่ต้องการได้ง่าย มันคือการ Optimization ในโลกของความจริงนั่นเอง ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นสิบปีกว่าจะตัดสินใจลงมือทำได้

การปรับแต่งห้างร้านที่เห็น ทำให้ผมนึกอะไรได้อย่างว่า มันถึงเวลาแล้วหรือยัง สำหรับคนที่หวังจะประสบความสำเร็จกับเว็บ จะเริ่มคิดจริงจังว่าเว็บตัวนั้น ก็ไม่ต่างจากธุรกิจห้างร้านในโลกของความจริง ที่ต้องให้ความสำคัญไม่ได้ต่างกันเลย และหลักการการปรับแต่งก็ยังเหมือนกัน 100% ต่างกันที่รูปลักษณ์เท่านั้นเอง

เมื่อคุณมองไปที่การปรับแต่งห้างใหญ่ๆ คุณก็จะเข้าไปการ Optimization เพื่อให้ Traffic มีความสุขได้ไม่ยาก ทำให้ทุกอย่างหาง่ายไว้ก่อน และเอาใจคนที่เข้ามามากๆ เขาชอบอะไรก็ส่งเสริมแบบนั้น คุณมีข้อมูลทุกอย่าง ต่างจากห้างใหญ่ๆ ที่ต้องใช้เวลาและใช้เงินมากกว่าจะทำได้ดี แต่ไม่ใช่ทุกห้างนะครับ เพราะบางห้างยังไม่มีความรู้เพียงพออีกมาก หรือรู้แล้วแต่ไม่ทำก็มีเยอะ

การจัดวาง จัดเรียงร้าน ตั้งแต่หน้าประตูและชั้น G (Home Page) ไปจนถึงแต่ละแผนกที่เปรียบได้กับการจัดการหมวดหมู่ Category ของเนื้อหาเว็บไซต์ ร้านไหนขายไม่ออก ร้านไหนขายได้น้อย มันก็ถึงเวลาจะต้องปิดตัวลงเป็นสัจธรรม ไม่ต่างจากเนื้อหาบนเว็บ หรือหมวดหมู่ที่ไม่มีใครสนใจมาเป็นเวลานาน ก็ถึงเวลาที่จะต้องเลิกทำแล้วหันไปลองอะไรใหม่ๆ ที่น่าสนใจ จนกว่าจะค้นพบในสิ่งที่คุณชอบ และคนอื่นก็ชอบอ่านด้วยเช่นกัน นอกเสียจากคุณจะไม่สนใจเรื่องจำนวน Traffic หรือเป็นแค่บล็อกให้ความรู้ส่วนหนึ่งเพื่อความสำเร็จของคนอื่นอย่างไม่สนใจใคร (เหมือน seodml) นั้นก็อีกเรื่อง จะทำอะไรก็ทำ

เพราะเมื่อใดที่คุณคิดว่าเว็บเป็นแค่เว็บ ไม่ใช่ธุรกิจที่ต้องให้ความสำคัญขนาดนั้น เว็บคุณก็มีอนาคตที่ไม่ต่างจากคนไม่มีอนาคตที่ชัดเจนเลย คราวนี้ ลองถามตัวเอง ว่าคุณให้ความสำคัญกับเว็บคุณได้เทียบเท่ากับคนทำธุรกิจแค่ไหน ยิ่งคุณศึกษา เฝ้าดู และพัฒนามัน (อย่างถูกทาง) เท่าไหร่ มันก็จะส่งผลดีกลับมาเท่านั้น และสิ่งที่จะเป็นกุศโลบายให้คุณคิดเช่นนี้ ก็มีทางเดียว คือคิดเสียเว่า เว็บของคุณนั้นก็คือ ธุรกิจ ของคุณแค่นั้นเอง ตัวอย่างมีให้เห็นมากมาย eBay, Facebook, Google และมากมายที่เขาคิดแบบนี้ตั้งแต่เริ่มต้น และจะไม่ปล่อยให้มันล้มเหลวง่ายๆ อย่างที่เรามากมายทำกันกับเว็บของเรา

ทันทีที่คุณคิดได้ว่า “เว็บไซต์หมายถึง ธุรกิจ” ก็ถือว่าคุณได้มาถูกทาง มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วล่ะครับ ผมเชื่อแบบนั้น

(รูปด้านบนคือ Richard Branson อภิมหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Virgin Enterprise ที่มีธุรกิจตั้งแต่ร้านซีดี ธนาคาร รถไฟ จนถึงยานอวกาศ หนึ่งในผู้ Think Different ที่ Apple ใช้ใน Ad Campaign เมื่อ 1997 ที่ถูกถามว่า ถ้าวันนี้ ให้คุณเริ่มต้นศูนย์ใหม่ คุณจะทำอะไร Richard Branson ตอบว่า “ผมจะทำธุรกิจเว็บไซต์? หาหนังสือเขามาอ่านซะ ภาษาไทยมีแล้ว”)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *