ผู้ชมมาทำอะไรบน Landing Page (Events Tracking)

หายไปซักพัก หลังจากพ่อต้องทรมานด้วยโรคมะเร็งมา 3 ปี และจากไปไม่นานนี้ ต่อมาผ่านไปไม่นาน หมา (เจได) ของผมสิ่งมีชีวิตที่อยู่เป็นเพื่อนผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน 13 ปีก็มาจากไปอีก เหมือนกับที่ท่านวรชิรเมทีเคยเทศไว้ได้ใจความว่า การจากกันตลอดกาลเป็นบทเรียนที่ยากที่สุดที่เราส่วนใหญ่จะต้องผ่านไปให้ได้ และถ้าผมไม่เจอกับตัวเองก็ไม่มีทางรู้จริงว่าสิ่งที่ท่านเทศไว้นั้น ใช่เลย

วันนี้ พอรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย มันก็ทำให้ผมกลับมาเขียนบล็อก และการสูญเสียทำให้ผมนึกถึงวิชา Analytics ที่มีประโยชน์อันหนึ่ง (เกี่ยวกันตรงไหน เดี๋ยวผมจะบอกตอนจบ) ที่ได้ทำให้กับลูกค้า SEO หลายบริษัท นั่นคือการตรวจจับถึงความเป็นไปบนหน้า Landing Page อย่างแม่นยำถึงจำนวนของการตอบสนองของผู้ชม ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็น ปุ่ม Download, จอเล่น YouTube, ปุ่ม Affiliate และลิงก์ต่างๆ ที่คุณวางไว้ ที่เรียกว่าเป็นเทคนิค Events Tracking ซึ่งโดยปกติแล้ว Google Analytics จะตรวจจับได้แค่ลิงก์ที่โยงไปภายในเว็บเดียวกันเท่านั้น

google-analytics-event-tracking

วิธีการติดตั้ง Events Tracking

สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ใช้โค้ด Google Analytics แบบใหม่ล่าสุดที่สร้างได้จาก Google Analytics ของคุณ เพื่อเอาไปวางไว้ในส่วนของ <head> ในหน้า Landing Page นั้นๆ ที่ต้องการจะตรวจจับพฤติกรรมผู้ชมด้วย Events Tracking (ทำเหมือนการใส่โค้ด Analytics ปกติๆ เลย) โค้ดใหม่หน้าตาจะเป็นแบบนี้

จากนั้นก็ใส่โค้ด Analytics พิเศษเพิ่มเข้าไปอีกหน่อยบนลิงก์นั้นๆ ที่คุณต้องการจะตรวจจับ ถ้ามีลิงก์ไม่เกิน 4-5 ลิงก์คุณก็ใช้วิธีนี้ได้สบายๆ แค่ใส่โค้ดให้กับลิงก์พวกนี้ทั้งหมดให้ครบ ซึ่งเรียกว่าเป็นวิธี Manual Event Tracking แต่ถ้ามีเป็นสิบๆ ลิงก์ก็ต้องใช้วิชา Auto Tracking ให้มัน Track ให้เองทั้งหมดโดยไม่ต้องใส่โค้ดกำกับไว้บนลิงก์ทุกลิงก์ ซึ่งเป็นวิธียากกว่าใช้การทำให้มันทำงานได้ปกติ ดังนั้นเอาแค่ Manual Tracking ไปลองทำดูกันก่อนดีกว่าครับ แค่นี้หลายคนก็อาจจะงงแล้วล่ะ

และนี่คือโค้ดที่เอาไว้สร้างลิงก์ของคุณให้มันตรวจจับจำนวนคลิกได้

suzuki

วิธีดูค่าใน Google Analytics

หลังจากติดตั้งโค้ดไปได้ 24 ชั่วโมง ให้คุณเข้าไปตรวจดูว่าคุณได้ทำถูกต้องแล้วหรือไม่ จาก Google Analytics จากเมนู Events เหมือนภาพด้านบนสุดนะครับ ถ้าสังเกตุดีๆ ในโค้ดชุดที่สองนั้น จะมีคำว่า Out Links ที่มันจะเป็นคำที่คุณตั้งชื่อเองได้ เพื่อบอกว่าคุณจะ Track อะไร คำๆ นี้มันจะไปแสดงใน Event ของคุณด้วย เช่น ถ้าคุณติดตามผลของ YouTube ก็อาจใส่คำว่า YouTube แทนเข้าไป เป็นต้น เพื่อเอาไว้แยกหมวดหมู่ให้ดูได้

ขั้นตอนเหล่านี้ ในวันนี้ คุณอาจจะยังหาประโยชน์ไม่ได้ แต่ถ้าวันหนึ่งคุณหาประโยชน์จากมันได้แปลว่าวันนั้นคุณเริ่มก้าวไปอีกขั้นของการทำงานทำเงินกับเว็บ ยินดีด้วยครับ

สุดท้าย จากการใช้ไอ้พวก Tools พวกนี้มากๆ ผมมักจะลืมไปว่ามันใช้อะไรกับชีวิตจริงไม่ได้ ถ้าได้ก็คงดี ผมจะได้รู้ว่า คนที่จากเราไปแล้ว ไปไหนกัน และที่สำคัญกว่านั้น เราจะได้เจอกันอีกไหม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *