sub domain name algorithm google

อวสาน Sub Domain

ข่าวล่าสุดที่ทำให้ช็อควงการปั่นเว็บก็คือ Google เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานี้ได้เปลี่ยนการ index sub domain จากที่เคยคิดว่าทำแล้วมันจะเป็นเว็บที่แยกกัน แต่ ณ วันนี้มันไม่ต่างจาก sub directory มากอีกต่อไป พูดอีกอย่างคือ ทำ sub domain แยกกันออกมา คุณก็ไม่สามารถให้มัน rank ต่างจาก domain หลักได้เลย เพราะ Google มันมองว่าเป็นเว็บเดียวกัน ไม่เชื่อเข้าไปดูใน Google Webmaster Tools ในส่วนของ Link Report ได้ ลิงก์ที่โยงระหว่าง sub domain มายัง domain หลัก ก็จะกลายเป็น internal link ไปแล้วต่อจากนี้

นอกจากนี้ก็จะรวมถึงเว็บที่ใช้ non-www. และ www. ใครก็ตามที่มีทั้งสองเวอร์ชั่น (ไม่ทำ redirect มาที่ www.) ถ้าเมือก่อนนี้จะทำให้ Google มองเป็นสองเว็บกลายเป็น duplicate content แต่เดี๋ยวนี้เนื่องจากมีคนทำแบบนี้กันมากเหลือเกิน (ไม่ฟังกันบ้างเลย) Google ก็เลย เอ้า เอากะมัน ตามใจคนส่วนใหญ่ index มันเป็นเว็บเดียวกันเลยดีกว่า สรุปตอนนี้ หมดปัญหาเรื่อง Canonical ไปโดยปริญาย คำๆ นี้จะไม่มีอีกต่อไปผมเชื่อแบบนั้น

Matt Cutts ประกาศในงาน Pubcon เมื่ออาทิตย์ก่อน ในการปรับกลไล “Host Crowding” Google บางครั้งเรียกว่า “intended result” หรือการ แสดงผลลัพธ์จากโดเมนเนมเว็บเดียวกันได้ 2 อันดับบนหน้า SERP หนึ่งหน้าได้ การปรับครั้งนี้ก็เหมือนเคย ก็เพื่อให้หาอะไรเจอดีๆ ได้ง่ายขึ้น แต่ความนี้ทำจากการลดจำนวนเว็บเพจในผลลัพธ์การค้นหา (SERP) จากโดเมนเนมเดียวกัน (domain เดียวกัน เมื่อก่อนสามารถ rank อยู่สองอันดับในหน้าแรกได้ ตอนนี้จะเหลือตำแหน่งเดียวเท่านั้น)

การใช้ sub domain name seo

การทำ Rank ด้วย Domain และ Sub Domain

สมมุติว่า คุณมีเว็บอยู่แล้วเว็บหนึ่ง เป็นเว็บข้อมูลรถยนต์ แล้วคุณจะขยายกิจการเว็บแยกออกมาอีกที่เป็น เว็บขายรถออนไลน์ ดังนั้นทางเลือกในการใช้ domain จะเป็นอะไร นั่นคือคำถามที่ผมโดนถามบ่อยคำถามหนึ่ง จะใช้ sub directory หรือ sub domain ดี ซึ่งทางเลือกจะเป็นดังตัวอย่างต่อไปนี้:

1. เว็บที่มีอยู่ก่อนแล้ว carinfo.com/carstore/index.html

2. sub domain ใหม่ carstore.carinfo.com

3. ซื้อ domain ใหม่เลย เช่น carinfostore.com

ถ้าเป็นเมื่อก่อนท่านอาจารย์ผู้ทรงความรู้ทางด้าน SEO จะเลือกไม่เลือกข้อ 1 เพราะมันจะทำให้เสียโอกาสการได้จำนวนตำแหน่งเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจาก Google ไม่ชอบแสดงผลลัพธ์จากเว็บเดียวกันในหน้าผลลัพธ์การค้นหา (SERP) เดียวกันเกินสองตำแหน่ง (ใครๆ ก็อยากได้ตำแหน่งในหน้าแรกเยอะๆ) ดังนั้นคนส่วนใหญ่จะเลือกทางเลือกที่ 2 จะได้มีตำแหน่งใหญ่โตในหน้าเดียวกันเยอะๆ โดยไม่ต้องมาจดโดเมนเนมใหม่ให้เสียเงินอย่างทางเลิือกที่ 3 ซึ่งตอนนี้มันทำแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไป เพราะ sub domain ก็คือเว็บเดียวกันกับ domain name หลักของมันนั่นเอง คราวหน้าค่อยมาดูรายละเอียดกันอีกทีถึงผลกระทบแท้จริงที่จะตามมาสำหรับคนชอบทำ sub

อ้างอิง: searchengineland และ google blog

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *