Google ให้ใช้ฟรีแล้วได้อะไร?

ผมอยากให้คุณในเวลาซักเสี้ยววินาทีลองนึกภาพว่า ถ้าวันนี้ไม่มี Google ชีวิตของคุณจะเป็นเช่นไร สำหรับคนที่ไม่ได้สนใจอะไรกับอินเตอร์เน็ตมาก ผมเชื่อว่าคงไม่ต่าง แต่สำหรับคนอีกพันล้านบนโลกใบนี้ที่ใช้ชีวิตอยู่บนเน็ตกันเกือบทุกวัน ผมก็เชื่อว่า เราคงแทบนึกไม่ออกว่าก่อนหน้านั้นที่จะมี Google นั้นเราอยู่กันไปได้อย่างไร เอาแค่ Google search หายไปก็คงลำบากแล้วล่ะ

สมัยก่อนไม่มีอะไรฟรี ผมยังจำได้ดีถึงเมื่อกว่าสิบปีก่อนวันที่ เวลาเดินไปไหน แม้ตามห้างสรรพสินค้า จะหาเก้าอี้นั่งฟรีๆ ซักตัวยังหายาก ทำให้คนรุ่นก่อน มักพูดว่า “ของฟรีไม่มีในโลก” ที่เป็นประโยคแสนคลาสสิคประโยคหนึ่งที่นับวันจะยิ่งใช้ไม่ได้โดยเฉพาะในโลกของอินเตอร์เน็ต

เมื่อมองในมุมของผู้ใช้ Google คนหนึ่ง ผมหากินกับบริการมากมายของ Google มาน่าจะเกิน 7 ปี ถ้ารวมเป็นรายได้แล้ว คงนับเป็นเงินได้กว่าสิบล้านบาทไม่ว่าจะเป็นหาข้อมูลเอามาทำเว็บ เอามาเขียนหนังสือ หรือเอาเครื่องมือมาช่วยให้งานที่ทำสำเร็จลุล่วงได้เร็วขึ้น ง่ายขึ้น และประโยชน์อีกมากมาย อีกทั้งก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะต้องเสียเงินให้กับ Google แม้แต่บาทเดียว แค่เรื่องของผมเรื่องเดียวก็น่าจะเป็นข้อพิสูจน์ได้ดีว่าประโยคที่ว่า “ของฟรีไม่มีในโลก” มันใช้ไม่ได้อีกต่อไป

การทำธุรกิจแบบใหม่เริ่มจะไปในแนวทาง Google กันมากขึ้น คือการให้ฟรีๆ ไปก่อน โดยไม่เริ่มต้นจากการมองที่รายได้เป็นเป้าหมาย แต่ให้มองไปที่ประโยชน์ของผู้ใช้ก่อน มันคือสัจธรรมเหมือนทุกเรื่องคือ ถ้าอยากได้ ก็ต้องให้อีกฝ่ายก่อน (รู้ว่าบางทีมันไม่ง่าย แต่ทำไงล่ะ มันคือความจริง ใครทนได้ก็ดีไป ใครทนไม่ได้ ก็ม้วนเสื่อเก็บกลับบ้านไป) เหมือนการทำเว็บที่เรารู้กันดี คือต้องให้เนื้อหาที่น่าอ่านก่อน จากนั้น เรื่องอื่นๆ มันจะตามมาเอง เพียงอย่างไปรอ ให้ความดีมันทำงานของมันไปเรื่อยๆ ถ้าคุณมาถูกทาง ทำได้ถูกใจผู้ชม มันจะดีแน่นอน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ตัวเงินมักเป็นแรงบันดาลใจที่แย่ ในการสร้างสิ่งดีๆ ให้คนอื่นได้ใช้ ที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างภาคภูมิใจ

Top-10-Branchen-AdWords1

“ฟรี” คือการตลาดไร้เทียมทาน

สมัยนี้ ไม่มีใครจะสู้ของฟรีที่มีประโยชน์ได้อีกแล้ว และ “ฟรี” คือการตลาดของยุคนี้ แม้แต่ระบบปฏิบัติการบนสมาร์ตโฟนสร้างโดย Google (Android OS) ที่ทำสตีฟ จ็อปส์หัวเสีย และสามารถเงินให้ค่ายมือถืออย่างซัมซุง HTC และ โซนี่ เป็นหมื่นล้านก็ยังเป็นของฟรี หลักการคือการสร้างแฟนเพื่อสร้างแบรนด์ให้คนติด (ยี่ห้อ) เมื่อพูดถึงบริษัทที่ใช้หลักการนี้หากินอย่าง Google ยังไม่รวม Facebook, Twitter, Pinterest, Instagram และเว็บแบรนด์ดังอีกมาก ที่สร้างมูลค่าให้กับเว็บตัวเองจากตัวเปล่าเล่าเปลือยกับการสร้างบริการฟรีๆ ขึ้นมาให้คนได้ใช้กันจนติด และกลายเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าอย่างต่ำหลายพันล้านเหรียญ (เหรียญอเมริกานะครับ) นั่นพิสูจน์ให้เราต่างได้เห็นว่า “ฟรี” คือหลักการตลาดแบบใหม่ที่ใช้ได้ผลในยุคดิจิตอลวันนี้

สิ่งที่ทำเงินให้กับ Google ปีละเป็นหมื่นล้านเหรียญเมื่อคิดๆ ดูแล้ว หลักการนั้นง่ายมาก พัฒนาระบบค้นหาให้แม่นยำที่สุด พอคนใช้กันจนติด คราวนี้ค่อยมาคิดว่าจะหาเงินอย่างไรกับคนเหล่านี้ (AdWords คือสิ่งที่คิดขึ้นภายหลังจาก Search Engine) ในระหว่างการคิดค้นระบ Search ในช่วงแรกๆ มีอาจารย์จอง Larry Page ถามว่า แล้วจะหาเงินกับมันอย่างไรล่ะ Larry Page ตอบอย่างไร้เดียงสาว่า “เดี๋ยวค่อยว่ากันทีหลัง”

เมื่อเกิดผู้ใช้จำนวนมหาศาล (วันนี้จำนวนการค้นหา 100 พันล้านครั้งต่อวันในปี 2012 ข้อมูลจาก SearchEngineWatch.com) ก็สร้างและขายโฆษณา หลักการอาจฟังดูง่ายและได้ยินบ่อยๆ ด้วยหลักการหาผู้ชมให้มากที่สุดแล้วขายโฆษณา แต่ด้วยวิธีนี้ แม้แต่ Google เองก็นึกไม่ถึงมาก่อนว่าจะเป็นไปได้ และทำไม่ง่ายเลย เอาแค่การพัฒนาระบบค้นหาที่ดีที่สุด ถ้า Google ผ่านตรงนั้นไปไม่ได้ในปี 1998 วันนี้เราอาจจะไม่ Google Maps ให้ใช้ก็เป็นได้

การตลาดของ Google คือการแบบ “ฟรี” ในรูปแบบที่เป็นบริการเต็มรูปแบบอย่าง Google ทำ ในบ้านเราคงยังใหม่และยังไม่มีใครกล้าทำกันเท่าไหร่ (มีก็แต่แจกของฟรี ของแถมนอกจากนั้นยังมีแบรนด์มากมาย แทนที่จะแจกผู้ใช้ ดันไปแจกพวกบล็อกเกอร์ พวกคนปล่อยข่าวต่างๆ เสียดายของ) แต่ผมก็เริ่มเห็นมีบ้างเป็นประปลาย เช่น การสร้าง iPhone App ให้คนใช้กันฟรี เพื่อโปรโมทแบรนด์ให้คนรู้จักมากขึ้น หรือเขียน Ebook ฟรีๆ ขึ้นมาแจกเพื่อโปรโมทบริการของตัวเอง เหล่านี้เป็นกลยุทธ์ที่เราจะได้เห็นกันมากขึ้น

(ตัวอย่างบางตอนจากหนังสือ Google…เล่มใหม่ที่จะออกอีก 4 เดือน)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *