ซ่อนเร็ว! (เรื่องภายในแอปเปิ้ล)

วันนี้ผมอาจจะมาแปลก เพราะเขาบอกตรุษจีนห้ามทำงาน เลยไม่รู้จะทำอะไรดี นึกขึ้นได้เลยเอาเรื่องที่ได้ไปอ่านเจอมาโพสให้ได้อ่านกัน มันคือเรื่องราวของ ดิสไดรว์ตัวแรกๆ ของโลกกับการทำงานภายในของทีมแอปเปิ้ล รับรองว่าไม่เคยมีใครได้ยินเรื่องนี้มาก่อน

ในปี 1980 แอปเปิ้ลได้วางโครงสร้างบริษัทใหม่อีกครั้งในปีนั้น ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสทีดีในการที่แอปเปิ้ลจะเปิดแผนกใหม่ต่างๆ ที่จำเป็นและหนึ่งในแผนกนั้นก็คือแผนก “Disk Drive” ภายใต้การดูแลของ จอน เวนนาร์ด ที่จะรับผิดชอบทางด้านการพัฒนาฮาร์ดดิสภายใต้รหัสลับชื่อ “Pippin” และฟลอปปี้ดิสเจอเนอเรชั่นใหม่ในสมัยนั้นใช้รหัสลับว่า “Twiggy” ซึ่งทั้งสองโครงการลับนี้ถูกวางแผนไว้ว่าจะนำมาใช้กับโปรเจค ‘ลิซ่า’ (เครื่องแอปเปิ้ลที่ออกก่อนหน้าแมคอินทอชเครื่องแรก) และถ้าประสบความสำเร็จก็จะถูกนำไปใช้กับเครื่องแมคและอื่นๆ ต่อไป

สตีฟ วอสนีเอค (อัจริยะผู้สร้างแอปเปิ้ลเครื่องแรก ที่ร่วมก่อตั้งแอปเปิ้ลกับสตีฟจ็อปส์จากโรงรถ) ได้ออกแบบฟลอปปี้ดิสที่ล้ำหน้ากว่าที่ไหนๆ ในวงการคอมพิวเตอร์ ทำให้แอปเปิ้ลมั่นใจในการพัฒนาระบบดิสเองโดยไม่จ้างคนอื่นทำแทน โปรเจค Twiggy ที่ค่อนข้างจะฝันสูงซักหน่อยเพราะนวัตกรรมไฮเทคมักตามมาด้วยการดึง resource ของเครื่องที่อาจสร้างปัญหาอื่นๆ ตามมาโดยเฉพาะในยุค ram น้อยในตอนนั้น

เครื่อง ‘ลิซ่า’ ถูกออกแบบมาให้ใส่ดิส Twiggy ได้สองแผ่นทำให้มันก็สมเหตุสมผลที่เครื่องแมคจะมีเช่นกัน เจ้า Twiggy นี้ได้ใช้ตัวควบคุมดิสที่ของ สตีฟ วอสนีเอค ที่สร้างปัญหาให้กับฝ่ายออกแบบเครื่องลิซ่า เพราะมันต้องการความแม่นยำสูงในการควบคุมดิสจากซีพียู ทำให้ไม่สามารถรับความรบกวนใดๆ ได้เลยในระหว่างที่รัน (การทำงานของซีพียูคอมเป็นที่รู้กันว่ามันสัญญาณต่างๆ รบกวนอยู่ตลอดจากซอฟท์แวร์ที่ใช้พร้อมๆ กัน) ทำให้แอปเปิ้ลต้องคิดกันใหม่ โดยสรุปกันว่าต้องสร้างซีพียูขึ้นมาอีกตัวโดยเฉพาะเพื่อควมคุมการทำงานเจ้าดิสเรื่องเยอะตัวนี้เพื่อจะได้ให้ติดตั้งในเครื่องลิซ่าได้ แต่สุดท้ายก็ต้องจบลงด้วยการใช้ฮาร์ดิสในการช่วยแบ่งเบาภาระและควบคุมการทำงานของเจ้า Twiggy แทน สิ่งนี้ที่ทำให้ลิซ่าแพงขึ้นอีกเป็นพันดอลล่าร์

การเปลี่ยนแผนนี้ค่อนข้างจะทำให้ทางฝั่งเครื่องแมคเกิดความกังวล เพราะแมคก็วางแผนที่จะใช้ Twiggy แต่ที่แย่คือ เครื่องแมคไม่มีฮาร์ดิสเพื่อจะมาแบ่งเบาภาระของ Twiggy เจ้าปัญหาตัวนี้ ทำให้อีกครั้งหนึ่ง แอปเปิ้ลต้องคิดใหม่ ต้องเริ่มมองหาทางออกที่อื่นเพื่อจะได้ไม่ต้องใช้เจ้า Twiggy นี้เลยกับเครื่องแอปเปิ้ลและเครื่องแมค โชคดีที่ช่วงนั้น บริษัทโซนี่ ได้ออกแผ่นดิสแบบใหม่ขนาด 3.5” (ฟลอปปี้รุ่นสุดท้ายที่เขาเคยใช้กันมากในยุคก่อนซีดีและ USB Drive) ที่เล็กกว่า ใช้ง่ายกว่า แข็งแรงกว่า และทำงานได้ดีกว่า Twiggy และวางแผนไว้ว่าจะวางขายในช่วงฤดูใบไห้ผลิในปี 1983 บนเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต้ะ HP ที่ซึ่งเป็นพาร์เนอร์กันกับโซนี่ระหว่างนั้น แอปเปิ้ลไม่รอช้า ติดต่อ โซนี่ทันทีเพื่อสร้างต่อรองธุรกิจ

เรื่องใหญ่ขนาดนี้แน่นอนว่า สตีฟจ็อปส์ เมื่อได้รู้เรื่องราวทั้งหมดและเห็นดิสโซนี่ที่ดูดีมาชาติตระกุลแถมใช้ดีกว่าก็ตัดสินใจโยนโครงการ Twiggy ลงถังขยะอย่างไม่ใยดีอย่างรวดเร็วทันควัน แถมยังแสดงความต้องการอย่างแรงกล้าในการจะเอาดิสของโซนี่มาใช้กับเครื่องแมคให้ได้ (แมคอินทอชคือโปรเจคที่สตีฟสร้างแยกขึ้นมาเหมือนลูกรักของตัวเองภายใต้แอปเปิ้ลที่แยกกันเป็นหลายทีม) แต่…

แทนที่สตีฟจะทำสิ่งที่ใครๆ เขาทำกันคือติดต่อโซนี่และต่อรองทางธุรกิจกัน สตีฟตัดสินใจที่จะให้ทางแอปเปิ้ลเรียนรู้ความผิดพลาดจากโปรเจค Twiggy และสร้างดิสที่เหมือนโซนี่ขึ้นเอง โดยให้ทางฝั่งโรงงานที่เป็นพาร์เนอร์กับแอปเปิ้ลอยู่แล้วคือ อัลพส์ อีเลคโทรนิค ที่ญี่ปุ่นที่เคยสร้างดิสไดรฟ์ให้กับ Apple II มาแล้วในราคาไม่แพง

ด้วยความต้องการของสตีฟ ซึ่งเท่ากับการหาเหาใส่หัวของ จอร์จ โคลว และบ็อบ เบลเลวิล สองผู้ดูแลในเรื่องดิส เพราะเครื่องแมคจำเป็นจะต้องเปิดตัวภายในอีกแค่ 7 เดือนเท่านั้น แล้วจะเอาเวลาที่ไหนมานั่งออกแบบสร้างดิสไดรฟ์ที่เหมือนกับโซนี่แถมยังต้องออกแบบดัดแปลงให้มันต้องใช้กับแมคได้ด้วยได้ทัน แต่จ็อปส์ยืนยันว่าต้องทำให้ได้ จนจ็อปส์ต้องสั่งให้ทั้งสองบินผ่านฟ้าไปญี่ปุ่นด่วนเพื่อเข้าประชุมคุยกับทาง อัลพส์ อีเลคโทรนิค

จอร์จ และบ็อบ ทำตามสตีฟอย่างไม่มีทางเลือกโดยที่ทั้งสองมั่นใจสุดๆ ว่ากว่าจะตกลงกับพวกญี่ปุ่น กว่าจะออกแบบ กว่าจะได้สร้างมันไม่มีทางทันเวลาแน่ๆ เหลือแค่อีก 7 เดือน ไม่ทันหรอก! นั่นทำให้ จอร์จกับบ็อบจำต้องยังดำเนินงานลับๆ อยู่กับทางโซนี่ลับหลังสตีฟ

ต่อมา เลรี่ เคนยอน หนึ่งในทีมแมคได้รับไดรฟ์โซนี่มาเพื่อจะให้มาใส่กับเครื่องแมค แต่จอร์จบอกให้เหยียบเอาไว้ อย่าให้สตีฟรู้เด็ดขาดไม่งั้นจะหัวขาดกันหมด จากนั้นจอร์จและบ็อบก็นัดแนะประชุมกับโซนี่อย่างลับๆ เพื่อจะได้คุยกันเรื่องปรับแต่งไดรฟ์ให้เข้ากับเครื่องแมคพร้อมกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ไปด้วยเลย

นี่คือปฎิบัติการสองหน้าของสองผู้ยิ่งใหญ่ในทีมแมค ที่ต้องคุยกับสองบริษัทคือ อัลพส์ และโซนี่ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งมันคงจะง่ายกว่านี้ถ้าไม่ต้องปิดเรื่องการประชุมกับโซนี่ไม่ให้สตีฟรู้ โชคดีที่การประชุมกับอัลพส์นั้นค่อยยังชั่วหน่อยเพราะสตีฟไม่ได้ขึ้นเครื่องบินมาด้วย แต่กับโซนี่ิ…อยู่ๆ เขาก็ส่งลูกน้องคนหนึ่งเข้ามาที่ออฟฟิศแอปเปิ้ลอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

วิศวกรหนุ่มหน้าใสนามชื่อ คาโมโตะ จากโซนี่ก็ถูกส่งมาที่ออฟฟิศคูเปอร์ทิโน่ของแอปเปิ้ลเพื่อจะเข้ามาเช็คความถูกต้องของสเป็คต่างๆ ของเจ้าตัวไดรฟ์ที่กำลังจะถูกใช้กับเครื่องแมค พอมาถึงเขาก็เข้ามาที่ห้องของแลรี่ที่มีจอร์จนั่งร้อนๆ หนาวๆ อยู่ด้วย “สตีฟอย่าเข้ามาตอนนี้นะ อย่าเข้ามา อย่าเข้ามาทำอะไรแถวนี้นะ” แน่นอน สตีฟก็เดินเข้ามาจริงๆ โดยจอร์จได้ยินเสียงสตีฟที่กำลังเดินมาแต่ไกลผ่านแผนกซอฟท์แวร ์และดูเหมือนจะกำลังจะเดินเข้ามาใกล้แผนกฮาร์ดแวร์นี้เต็มที

จอร์จรู้ว่าถ้าสตีฟเห็น คาโมโตะ เขาจะต้องถามแน่ว่า ไอ้หน้าแปลกนี่คือใครกันวะ มานั่งแถวนี้ได้ไง อีกอึดใจเดียวที่สตีฟกำลังก้าวเท้าเข้ามาเจอ ด้วยสัญชาติญาณอะไรก็ไม่รู้ จอร์จแตะไหล่ คาโมโตะ วิศวกรญี่ปุ่นที่ไม่รู้อิโหน่อิเน่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ให้เข้าไปซ่อนที่ตู้ใส่สายไฟหลังห้อง “เร็วๆ เข้าไปหลบในตู้นั้นก่อนเร็ว! ได้โปรดเถอะ คาโมโตะ!”

แน่นอน คาโมโตะ มองหน้าจอร์จคล้ายจะสื่อสารว่า อะไรกันวะ? แต่ก็ลุกขึ้นแบบหันซ้ายหันขวาโดยไม่มีคำถามใดอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมาแล้ววิ่งย่องๆ เข้าไปหลบในตู้อย่างว่าง่าย เวลาผ่านไป 5 นาที สตีฟที่ปกติเข้ามาพูดๆ ไม่น่าถึงนาทีก็จะไปแล้ว แต่วันนี้ไม่รู้ทำไมไม่ยอมไปซักที 

จนเวลาผ่านไปเกือบ 10 นาที สตีฟจึงเดินจากไปจากห้อง จอร์จมองดูให้แน่ใจว่าสตีฟเดินลับไปแล้ว จึงรีบวิ่งไปดูว่า คาโมโตะยังหายใจอยู่หรือเปล่า จอร์จรีบขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ต่อวิศกรญี่ปุ่นจากโซนี่ที่น่าสงสาร คาโมโตะตอนนี้เหงื่อแตกเต็มหน้า ปาดเหงื่อหนึ่งทีแล้วพูดอย่างเรียบๆ ว่า “โน พร้อพเบร็ม ไม่มีปัญหา” แต่ทิ้งท้ายไว้ว่า “พวกอเมริกันมีวิธีทำงานกันแปลกดีนะ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย แปลกจริงๆ”

สุดท้าย อย่างที่จอร์จและบ็อบได้คาดเดาเอาไว้ ดิสที่ให้ทางอัลพส์สร้างนั้นใช้เวลาถึง 18 เดือนแค่ให้พิมพ์เขียวพร้อมในการผลิตดิสไดรฟ์ที่สตีฟอยากได้ตัวนี้ แต่สิ่งที่ทั้งสองซ่อนไม่ให้สตีฟรู้กลายเป็นได้คำขอบคุณจากสตีฟเองที่ไม่เชื่อฟังเขาและทำให้แมคอินทอชได้ออกขายตามกำหนดการที่วางไว้

แปล โดย อนุชา ลีวรกุล source folklore

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *