การทำเว็บบล็อก ‘นิช’ มันต้องแบบนี้

เมื่อเริ่มต้นทำเว็บซักเว็บขึ้นมาเพื่อหาเงินออนไลน์กับ Affiliate ต่างๆ หรือ Google AdSense เทพทั้งหลายก็ต้องแนะนำเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องทำเว็บ niche หรือเว็บ long tail สิ ผมบอกได้เลยว่าถ้าไม่ทำนิชก็ไม่มีวันรุ่งแน่ วันนี้เราจะมาดูความหมายที่แท้จริงของการทำเว็บหรือบล็อกในแบบ niche กัน ดูสิว่าสิ่งที่คุณเข้าใจมาตลอดมันมีอะไรขาดหายไปบ้างหรือเปล่า

อย่างแรกที่เรารู้กันคือ niche หรือ long tail คือตลาดย่อย ไม่ใช่ตลาดใหญ่ เช่น mass keyword ที่ใช้จดโดเมนเนมทำบล็อกคือ buy used car ส่วน niche ของ “buying car” ที่จะใช้เป็นหมวดหมู่และบทความต่างๆ ในบล็อกหรือเว็บก็ควรจะเป็น “buy used car in bangkok” “cheap used car”, “used car thailand” เป็นต้น คือถ้าคิดแล้วว่าจะพูดถึงการซื้อรถมือสอง ก็อย่าไปพูดเรื่องซื้อรถมือหนึ่งอีก ทีนี้เว็บมันก็จะมีพลังในการ Rank ในเรื่อง used car รวมถึงโพสต่อๆ ไปก็จะมีน้ำหนักต่อ Search Engine อีกด้วย

อีกอย่างคือว่าแม้ niche ส่วนใหญ่จะเป็นประโยคที่ยาว 3 คำขึ้นไป แต่คำสั้นๆ ก็เป็น niche ได้เหมือนกัน (หลายคนมักมองข้าม) แม้ niche สั้นๆ แต่ถ้ามันมีคู่แข่งน้อยและ search volume ต่ำก็ยังจะเป็นนิชได้เช่นกัน

แล้วมันมีประโยชน์ยังไง ทำไมต้องทำ niche web site ก็เพราะว่าคู่แข่งน้อย การจะเลือก niche ใดซักอัน เราต้องแน่ใจว่าเรามีโอกาสขึ้น 3 หน้าแรก Google ใน niche นั้นๆ ด้วย หรือพูดอีกอย่างได้ว่า เราทำเว็บ niche ก็เพื่อโอกาสการเป็นจ้าวแห่ง keyword หรือตลาดนั้นๆ ได้ง่ายที่สุด

นอกจากนั้น niche เจาะตลาดให้ได้เป้าหมายลูกค้าที่ชัดเจนกว่า mass keyword แต่แน่นอนว่ามันจะมี traffic ที่น้อยกว่ามาก แม้ niche 1 ตัวที่เลือกมาทำจะให้ traffic น้อยก็ตามที แต่ถ้าเรารวมเอา niche ย่อยที่สอดคล้องกันมากมายมาทำ content ทำ category ในเว็บเรา เราก็จะสร้าง traffic ที่อาจเทียบเท่ากับ mass keyword 1 ตัวก็เป็นได้เว็บนิชทำยังไง

หลายครั้งที่ผมเห็นเว็บคนอื่นที่ทำ AdSense ผมก็จะงงกับ Topic niche ที่เขาเลือกมาทำเว็บเพราะหลายครั้งนอกจากมันจะไม่ใช่ niche แล้ว เนื้อหาด้านในก็ไม่สอดคล้องกันเลย สิ่งที่ควรทำคือ เมื่อบล็อกเป็น niche แล้ว เนื้อหาด้านในเช่นโพสต่างๆ ต้องเป็น niche ที่ย่อยลงมา ก่อนก่อนอื่นควรดูคู่แข่งด้วยว่าเขามีความสามารถยังไงในการ Rank ตอนนี้ผมหันมาใช้ Traffic Travis แล้วครับคล้ายๆ กับ niche market finder ที่ผมเคยแนะนำซึ่งเสียไปแล้ว พอเห็นแล้วว่าเรามีโอกาสในการ Rank เป้าหมายก็จะชัดเจนทันที

จากนั้นก็ทำกับโพสแต่ละโพสให้เหมือนกับเป็นเว็บแต่ละเว็บคือมีการทำ SEO ฝาก anchor text ลิงก์ ให้กับแต่ละหน้า แล้วพอผ่านไปได้ 1 เดือนก็เริ่มวัดผล Ranking อยู่เรื่อยๆ และใช้ Google Analytics เช็คว่ามี keyword ไหนหรือบทความอะไรที่คนชอบอ่าน แล้วถ้าไม่ขี้เกียจก็เพิ่ม keyword และบทความที่คนเข้ามาเยอะๆ เพิ่มเข้าไปในเว็บอีก จากนั้นก็จะมีการใช้ Google Webmaster Tools เพื่อเช็คดู Backlinks ว่าที่เราไปฝากๆ ไว้มีลิงก์ไหนที่ไร้ประโยชน์บ้างจะได้ไม่เสียแรงไปฝากอีกคราวหน้า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *