focus1

‘โฟกัส’ คือทุกสิ่งของความสำเร็จ

focus1ถ้าคุณได้มีโอกาสถามคนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ไม่ว่าจะเป็นดารา (เมืองนอก) นักกีฬา ช่างซ่อมบ้าน นักเขียน นักกระโดดตึก ฯลฯ ว่า คุณทำยังไงถึงได้ประสบความสำเร็จอย่างที่คุณเป็นอยู่ คนตอบส่วนใหญ่จะออกมาคล้ายๆ กันว่า “ฉันทำสิ่งนี้ได้ดีที่สุด” “ฉันทำอย่างอื่นไม่เป็น” และมันก็จริง จากที่ผมได้ถามใครหลายคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต บางคนแม้จะไม่รู้จะตอบผมว่ายังไง แต่จากที่ผมได้มองชีวิตของเขาผมก็รู้เลยว่า ถ้าเขาไม่ใช่มือกีต้าร์ เขาคงต้องไปขายกล้วยทอดแน่นอน เพราะในชีวิตของเขาๆ ทำอะไรอย่างอื่นไม่เก่งเอาซะเลยนอกจากการเล่นกีต้าร์ พอจับกีต้าร์ทีไรความมืออาชีพมันแสดงออกมาอย่างน่าประหลาด มันเหมือนเปลี่ยนเป็นอีกคนที่เกิดมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ (แต่พอไม่ได้ถือกีต้าร์ โครตจะปัญญาอ่อนเลย) และคนที่ประสบความสำเร็จในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนี้

ทีนี้ก็ย้อนมองกลับมาที่ตัวเราเอง คุณรู้หรือยังว่าคุณเก่งอะไร เคยถามตัวเองบ้างไหมว่า คุณเก่งในงานอะไรมากที่สุด อะไรที่คุณทำแล้วรู้สิึก แหม ไอเดียเยอะไม่มีที่สิ้นสุด ทำแล้วถนัด ทำแล้วจบงานได้อย่างรวดเร็วอย่างเป็นธรรมชาติ สามารถตื่นมาเช้าๆ เพื่อมานั่งทำมันได้ (แต่อาจจะมีเบื่อบ้างแหละ แน่นอนทุกงาน แต่เบื่อแล้วอยากกลับมาทำอีกไหม) ถ้ายังหาไม่เจอ ผมแนะนำให้ลองนึกดูดีๆ หามันให้เจอ และถ้าเจอแล้วจง โฟกัสในสิ่งนั้นกับมัน ทำให้ดีที่สุด แล้วมันจะกลายเป็นอาชีพได้ และหาเงินได้อย่างมีความสุขที่สุด

ชีวิตผมที่ผ่านมา (ก่อนจะมาเขียนหนังสือ) ผมคิดผิดมาตลอดโดยไม่รู้ตัว คิดว่าคนเราควรจะพัฒนาตัวเองให้รู้ทุกๆ ด้าน อะไรที่ยังไม่เคยทำ อะไรที่ยังไม่ถนัด ก็หัดมันซะ แล้วอะไรที่เก่งแล้วทำทีหลัง เนื่องจากผมเป็นคนหัวไวทำอะไรเป็นเร็ว ซึ่งก็เหมือนดาบสองคม เพราะทำให้ตัวเองมัวแต่ไปทำอะไรที่ตัวเองยังทำไม่เป็น ทำให้เสียเวลาชีวิตไปเยอะกับเรื่องที่เราไม่ถนัด ชีวิตมันสั้นเกินไปที่จะคิดแบบนี้ครับ ความคิดแบบนี้ คือความคิดที่จะหยุดความสำเร็จของคุณ หรือชลอมันให้ช้าลงมากกว่าคนที่ทำเรื่องเดียว คุณอาจจะบอกว่าแน่นอนสิ ทำเรื่องเดียวก็ต้องเก่งเร็วกว่า ใครๆ ก็เคยได้อ่านเรื่องแบบนี้ แต่ไอ้ที่รู้แล้ว คุณลองจริงๆ แล้วหรือยัง ลองให้เวลากับสิ่งที่คุณเก่งแล้ว โฟกัสกับมัน 70% ต่อวันแล้วหรือยัง ถ้ายัง ไอ้สิ่งที่คุณรู้มา มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

ผมมีเพื่อนหลายคนที่ยังคิดเรื่องนี้ไม่ออก แต่เพื่อนรอบตัวมองเห็นหมดว่าเขาคิดผิด เขาเป็น Producer แต่งเพลง เพลงที่เขาแต่ง มันไม่เพราะเอาซะเลย แต่เขาทำมันเป็นอาชีพด้วยความพยายามอุตสาหะ ซึ่งไม่ผิดหรอก ความพยายามอยากจะทำอาชีพที่ตัวเองคิดว่าเท่ คิดว่าเจ๋ง แต่หารู้ไม่ว่า ถ้าเขาหันมาเป็นก็ุกทำกับข้าว ทำอาหารป่านนี้อนาคตคงรวยเป็นล้านๆ ไปแล้ว นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการไม่โฟกัสในสิ่งที่ตัวเองเก่ง มันคือการไม่รู้จักตัวเองดีพอ

สรุปนะครับ เก่งอะไรควรทำเรื่องนั้นไป เรื่องที่ไม่ถนัดทำชั่งมันซะ หาเงินได้แล้วจ้างคนอื่นทำดีกว่า จุดบอดของความสามารถคุณอยู่ตรงไหน ไม่ต้องไปกังวลกับมัน ไม่ต้องไปอุดรู้รั่วซะให้ยาก เพราะคุณไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนั้น เราอายุเกิน 20-30 กันแล้ว ไม่มีเวลาให้เสียกับการเรียนรู้ในสิ่งที่ไม่ถนัดอีกแล้ว หมดเวลาตามหา มันสายไปแล้วถ้าคุณอยากจะประสบความสำเร็จในชีวิตซักเรื่องหนึ่ง

ความสำเร็จคือกระจกที่สะท้อนจากความโฟกัสในสิ่งที่คุณถนัด เราทุกคนเกิดมาเพื่อสิ่งที่เราถนัดเท่านั้น ทำมันให้ดีที่สุดในเรื่องที่คุณเก่งเท่านั้น เรื่องอื่นเป็นเรื่องรอง ไม่งั้นมันจะมีประโยชน์อะไรที่เกิดมา มีพรสวรรค์ในเรื่อง การวาดภาพ แต่กลับมาเป็นหมอ เพียงเพราะเพื่ออยากรู้ หรือเพื่อหาเงิน พ่อแม่สั่ง นอกจากจะทำความเดือดร้อนให้คนอื่นแล้ว ยังทำให้ตัวเองไม่มีความสุข และไม่เข้าใจชีวิตว่ามันคืออะไร ฉันอยู่ไปเพื่ออะไร ก็ใช่น่ะสิ คุณไม่ได้ให้เวลากับสิ่งที่คุณเก่งไง คุณถึงต้องลงเอยแบบนี้ สิ่งที่เก่งล่ะ จะโยนมันทิ้งเหรอ เหมือนซื้อรถ เฟอร์รารี่มาแต่ดันเอาไปขับขึ้นเขา มันจะมีประโยชน์อะไร ดังนั้น จงหาให้เจอ แล้วโฟกัส!

Secret of Success: Make the best of what you can do!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *